กิจกรรม/โครงการ
ข่าวประชาสัมพันธ์
เครื่องมือส่งเสริมสุขภาพ

ให้คำแนะนำ เสริมกำลังใจ เลิกบุหรี่ได้ในเร็ววัน

28 มิ.ย. 65 163

การเลิกสูบบุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพของผู้เลิกสูบบุหรี่ดีขึ้นหลาย ๆ ด้านแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินให้ผู้สูบบุหรี่ทั้งทางตรงและทางอ้อม ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

ทำไมคนสูบบุหรี่ถึงติดบุหรี่
ในบุหรี่จะมีสารนิโคตีน ซึ่งจะถูกดูดซึมสู่สมองอย่างรวดเร็วภายในเวลา 5-6 วินาที ซึ่งจะกระตุ้นสารโดปามีนและสารเคมีอื่น ๆ ในสมอง ทำให้รู้สึกว่า มีความสุข ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลอย่างรวดเร็วเมื่อสูบบุหรี่ และจะลดลงเมื่อไม่ได้สูบ จึงอยากสูบอีกเรื่อย ๆ ประกอบกับทางบริษัทผู้ผลิตบุหรี่มีการพัฒนาปรับแต่งรสชาติ และเพิ่มการดูดซึมที่รวดเร็ว โดยพบว่า 1 ใน 3 ของนักสูบหน้าใหม่จะติดบุหรี่ในระยะยาว ซึ่งโอกาสติดบุหรี่จะสูงกว่าการติดเฮโรอีนเสียอีก

แรงจูงใจที่ตัดสินใจเลิกบุหรี่
ก่อนที่จะแนะนำวิธีการในการเลิกบุหรี่ต้องหาแรงจูงใจของผู้ที่ต้องการจะเลิกบุหรี่ว่าจะเลิกบุหรี่เพราะสาเหตุใด เช่น การคิดถึงสุขภาพตนเองเพื่อไม่ให้เป็นภาระพ่อ แม่ ลูก เมีย หรือเพื่อให้สามารถดูแลพ่อแม่เมื่อแก่เฒ่าได้ หรือแม้แต่การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของ พ่อ แม่ ในลูกที่เป็นราชการ หรืออาจจะคิดถึงผลกระทบต่อคนที่รัก คิดอยากอยู่กับคนที่รักไปนาน ๆ คิดถึงเงินที่เสียไป ไม่อยากเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี คิดถึงภาพลักษณ์ กลัวมีกลิ่นบุหรี่ กลัวโรคเหงือกและฟัน กลัวเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ กลัวมะเร็ง กลัวโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คิดถึงผลกระทบต่อโรคที่มีอยู่ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคไต โรคหัวใจ อัมพาต โรคปอด หรือเตรียมตัวจะผ่าตัด หรือกำลังวางแผนจะมีลูกหรือหลาน คิดถึงผลกระทบต่อทารกในครรภ์ หรือแม้แต่เห็นว่าไม่ดีอยากเลิกโดยอารมณ์อยากเลิก ซึ่งแรงจูงใจส่วนใหญ่ที่ได้ผลส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้สูบบุหรี่เห็นว่ามีความสำคัญโดยจะมีความแตกต่างกันในผู้สูบบุหรี่แต่ละราย

วิธีการให้คำแนะนำการเลิกบุหรี่
สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ ควรให้คำแนะนำในการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหยุดสูบ บุหรี่ ดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายสร้างแรงจูงใจ โดยคำนึงถึงผลเสียของการสูบบุหรี่และผลดีจากการเลิกบุหรี่ โดยเฉพาะรายที่เริ่มมีผลกระทบจากการสูบบุหรี่ เช่น ไอเรื้อรัง โรคหลอดเลือด และถึงแม้ไม่มีอาการแต่ผู้เป็นเบาหวานจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอัมพาตเร็วกว่าคนที่ไม่เป็นเบาหวาน
  2. กำหนดวันที่หยุดบุหรี่แน่นอน (quit date) โดยควรกำหนดภายในเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากที่ผู้ป่วยมีความต้องการเลิกสูบ พร้อมกับบอกบุคคลที่เขารักว่าเขาตัดสินจะเลิกบุหรี่ เพื่อคอยให้กำลังใจ
  3. กำจัดบุหรี่ และสิ่งที่เกี่ยวข้อง เช่น ไฟแชก ที่เขี่ยบุหรี่ ออกจากสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะถึงวันกำหนดเลิกสูบบุหรี่
  4. ให้ผู้สูบเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น เช่น ความอยากบุหรี่ อาการหงุดหงิด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหลายครั้งต่อวัน ครั้งละ 3-5 นาที ซึ่งถ้าผ่านพ้นเวลาดังกล่าวอาการจะดีขึ้น โดยการเตรียมกิจกรรม หรือแนวทางการแก้ปัญหาไว้ก่อน เช่น การกินอาหารอาจจะใช้มะนาวช่วย ดื่มน้ำมากๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก เนื้ออกไก่ ถั่ว ไข่ ออกกำลังกาย เคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นต้น
  5. ขอคำปรึกษา สายด่วนเลิกบุหรี่ โทร 1600
  6. ในรายที่มีความจำเป็นอาจจะใช้สารทดแทน เพื่อการบำบัดการติดนิโคติน

การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่

  1. บอกกับตัวเองว่า การเลิกอย่างเด็ดขาด มีความสำคัญมาก การสูบบุหรี่แม้แต่เพียง 1 มวน จะเป็นจุดเริ่มของการสูบใหม่ ดังนั้น ต้องมีความเข้มแข็งตลอดเวลาที่เริ่มเลิกบุหรี่ (ให้นึกเสมอว่า มวนนี้ไม่สูบ วันนี้ไม่สูบ สู้กันไปเป็นวัน ๆ ซึ่งวันที่ 3 หลังเลิกบุหรี่จะเป็นวันที่มีอาการรุนแรงมากสุด หลังจากนั้นความถี่ในการอยากสูบบุหรี่จะลดลงและหมดไปเมื่อประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่พฤติกรรมอยากสูบบุหรี่อาจจะอยู่นานถึง 6 เดือน)
  2. ถ้ามีประสบการณ์จากการล้มเหลวในการพยายามเลิกมาก่อน ให้นำมาใช้ในการเตรียมตัวในครั้งนี้
  3. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ที่ทำให้นึกถึงการสูบบุหรี่ เช่น การดื่มกาแฟ หรือความเครียด การพยายามมองหาสิ่งกระตุ้น และหาทางหลีกเลี่ยง หรือแก้ไขเสียแต่เนิ่น ๆ เช่น งดกาแฟ หาหนังสืออ่านหรือใช้โทรศัพท์มือถือขณะเข้าห้องน้ำ จะสามารถลดโอกาสการกลับมาสูบใหม่ได้
  4. เตรียมเทคนิคที่จะสามารถลดความรู้สึกอยากบุหรี่ได้ เช่น การออกกำลังกาย การอาบน้ำ แปรงฟัน อมลูกอม เคี้ยวผลไม้รสเปรี้ยว หรือหากิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ทำ เช่น เล่นเกมส์ ใช้โทรศัพท์มือถือ ทำสมาธิ อย่าให้มีเวลาว่างมาก ในช่วงที่เริ่มเลิกบุหรี่
  5. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  6. ถ้ามีบุคคลอื่นที่สูบบุหรี่ในครอบครัว ควรจะแนะนำให้เลิกพร้อมกัน เนื่องจากถ้ายังมีบุคคลอื่นที่สูบบุหรี่อยู่ จะทำให้ผู้ที่พยายามเลิก มีโอกาสประสบความสำเร็จลดลง
  7. เนื่องจากนิโคตินนั้นมีผลต่อกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย การสูบบุหรี่ทำให้การรับกลิ่นและรสลดลง ทำให้ไม่อยากอาหาร ซึ่งนิโคตินในบุหรี่จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญและกดความอยากอาหาร เมื่อคุณหยุดสูบ ระบบเผาผลาญของคุณจะลดลง การรับกลิ่นและรสดีขึ้น ทำให้อยากอาหาร ถ้ากินเหมือนเดิมอาจทำให้น้ำหนักขึ้นได้ จึงควรเลี่ยงอาหารไขมันและน้ำตาลสูง กินอาหารที่มีประโยชน์ อาจกินอาหารประเภทผัก แตงกวา ผลไม้ที่ช่วยแก้ไขปัญหาท้องผูกด้วย อย่าใช้เวลาในการกินอาหารนาน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ความสำเร็จในการเลิกบุหรี่
แพทย์, บุคลากรทางการแพทย์อาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมผู้สูบบุหรี่ไม่เลิกสูบบุหรี่ทั้ง ๆ ที่เกิดผลเสียมากมาย แต่ความเป็นจริงการที่เขาเลิกไม่ได้เนื่องจากการเสพติดนิโคติน พบว่าการให้ความรู้และแนะนำอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่ 100 คน เลิกสูบบุหรี่ได้ในระยะยาวเพียง 3 คน และถ้ามีการใช้สารทดแทนนิโคตินอาจจะลดได้มากขึ้นแต่ไม่เกิน 10 คนจาก 100 คน อีก 90 คนยังไม่สามารถเลิกบุหรี่ในระยะยาวได้ จึงต้องทำความเข้าใจผู้สูบบุหรี่มากขึ้น ไม่ควรว่ากล่าว แต่คอยให้กำลังใจ สนับสนุนในด้านบวก นำประสพการณ์การเลิกบุหรี่ไม่สำเร็จมาใช้ในครั้งต่อไป

การป้องกันการกลับไปสูบบุหรี่ใหม่
ถ้าผู้สูบบุหรี่หยุดสูบบุหรี่ได้ หลังผ่านไป 2 สัปดาห์ ผู้ที่เคยสูบบุหรี่อาจจะไม่มีอาการติดบุหรี่จากการขาดนิโคตีน แต่การที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เห็นคนสูบบุหรี่ อาจจะคิดถึงการสูบบุหรี่และอยากสูบบุหรี่ใหม่จากความสุขเดิมที่เคยได้รับ แต่ต้องคิดว่าถ้าท่านมีเพื่อน 1 คน เพื่อนคนนี้มาขอเงินเราทุกวันเพียงแต่ชมว่าเราดีให้มีความสุข แต่สุดท้ายก็มาทำร้ายเรา เพื่อนคนนี้น่าคบหรือไม่ เพื่อนคนนี้ก็คือบุหรี่นั่นเอง ดังนั้นถ้าท่านสามารถเลิกคบเพื่อนคนนี้ได้ ก็ไม่ควรกลับไปคบกับเขาอีก

สรุป
ผู้ให้คำแนะนำการเลิกบุหรี่ต้องเข้าใจว่า เรากำลังต่อสู้กับบุหรี่ไม่ใช่ผู้สูบบุหรี่ ต้องเข้าใจและเห็นใจผู้สูบบุหรี่ว่าที่เขายังสูบเพราะเสพติดนิโคติน ในบทบาทหน้าที่ของแพทย์ พยาบาล ทำได้เพียงบอกข้อดี ข้อเสีย ความสำคัญ วิธีการ แต่สุดท้ายการเลิกบุหรี่อาจจะต้องเป็นหน้าที่ของผู้สูบ ได้ใช้ความตั้งใจ เห็นเป้าหมายที่ต้องการเลิกบุหรี่ พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้พ้นจากการเป็นทาสของบุหรี่ เพราะแม้ว่าการสูบบุหรี่จะให้ความสุขในช่วงสั้น ๆ แต่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว จงได้คิดว่า “รีบหยุดสูบบุหรี่ก่อนที่บุหรี่จะหยุดคุณ”

ศ. คลินิก นพ. วีระศักดิ์ ศรินนภากร
นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์
เลขานุการ คณะกรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

กิตติกรรมประกาศ
งานเขียนดังกล่าวส่วนหนึ่งได้รับจากความรู้ที่ได้เข้าร่วมการประชุม “DM & Tobacco Control: Let’s make It happen” ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 ที่จัดร่วมกันโดยสมาคมวิชาชีพต่างๆ ได้แก่ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในโครงการการควบคุมการบริโภคยาสูบ เครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน มูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน สภาเทคนิคการแพทย์ ต้องขอขอบคุณสมาคมต่าง ๆ วิทยากร ผู้เข้าร่วมการประชุม ที่ได้ร่วมแบ่งประสบการณ์เพื่อให้ผู้นิพนธ์ได้ถ่ายทอดและสรุปเป็นบทความฉบับนี้

แชร์ :

บทความที่แนะนำ
อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ชั้น 7 เลขที่ 2
ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ห้วยขวาง บางกะปิ กรุงเทพฯ 10130
แผนที่Tel: 02-716-6744 ต่อ 25
©2021 RAIPOONG.COM | ALL RIGHT RESERVED.
linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram