กิจกรรม/โครงการ
ข่าวประชาสัมพันธ์
เครื่องมือส่งเสริมสุขภาพ

หมอขอฝาก ไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะกำราบ NCDs

09 พ.ค. 65 24

หมอขอฝาก ไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะกำราบ NCDs

โรคไม่ติอต่อเรื้อรังหรือ non-communicable diseases (NCDs) เป็นกลุ่มโรคสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพกับประชากรทั่วไปและเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญทั่วโลก1-3 จากข้อมูลปัจจุบันพบว่าโรคในกลุ่มนี้มีผลต่อสุขภาพของประชากรในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา4 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาพบว่าประชากรส่วนมากเสียชีวิตจากโรคในกลุ่มนี้มากกว่ากลุ่มโรคติดเชื้อ เช่นโรคเอดส์ วัณโรคและโรคมาลาเรีย5 โรคกลุ่ม NCDs ประกอบด้วยโรคหลากหลายที่มีผลมาจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมที่สะสมมาเป็นเวลายาวนาน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วนและอ้วนลงพุง โรคถุงลมโป่งพองหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหรือปัญหาทางสุขภาพจิตบางประเภท และโรคมะเร็งบางชนิด6

พฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่มีข้อมูลว่าสัมพันธ์กับการเกิดโรคในกลุ่ม NCDs ได้แก่ การรับประทานอาหารรสเค็มหรืออาหารที่มีโซเดียมสูง, การรับประทานอาหารหวานอยู่เป็นประจำ, การรับประทานอาหารมันบ่อย ๆ, การรับประทานผักและผลไม้หรืออาหารที่มีใยอาหารในปริมาณที่ต่ำ, การที่มีกิจกรรมเนือยนิ่งที่มากเกินไปในแต่ละวัน, การดื่มสุราและการสูบบุหรี่เป็นนิจ7-9

ดังนั้นการที่จะป้องกันการเกิดโรคในกลุ่ม NCDs และการจะควบคุมให้โรคในกลุ่มนี้ได้ผลการรักษาที่ดีจำเป็นที่ทุกคนจะต้องมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและที่สำคัญคือต้องทำอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัยสุขภาพที่ดี การปรับพฤติกรรมเพื่อให้ตนเองออกห่างจากโรคกลุ่ม NCDs ควรใช้ตามหลัก 3 อ. ที่ประกอบไปด้วย อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ที่จำเป็นต้องปฏิบัติเป็นประจำ และ 2 ส. ที่ต้องละเว้น ได้แก่ สุรา และสูบบุหรี่

• ในส่วนของ อาหาร แนะนำว่าทุกคนควรรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับตนเองหรือภาวะความเสี่ยงของตนเอง เช่น หากมีความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูงก็ควรเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มให้มาก ถ้าเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานก็ควรลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลในปริมาณที่สูงและอาหารที่จะทำให้อ้วนมากขึ้น ในคนที่ยังไม่พบความเสี่ยงใด ๆ ที่ชัดเจนแนะนำให้รับประทานอาหารสุขภาพในรูปแบบของ 2:1:1 ซึ่งทำได้โดยให้แบ่งจานอาหารที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 9 นิ้วเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน และให้ 1 ส่วนใน 4 ส่วน เป็นข้าวแป้งที่ไม่ขัดสี อีก 1 ส่วนเป็นเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ส่วนอีก 2 ส่วนหรือครึ่งจานที่เหลือเป็นผักใบเขียว หลักการนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับอาหารในทุกมื้อและอาหารหลากหลายชนิด

• ในส่วนของการออกกำลังกาย แนะนำให้ทุกคนออกกำลังกายแบบแอโรบิคหรือออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจแข็งแรง ด้วยความหนักระดับปานกลางให้ได้ 30 นาทีต่อวันอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ร่วมกับมีการออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านเพื่อฝึกกล้ามเนื้ออีก 2 วันต่อสัปดาห์ โดยในทุกครั้งที่ออกกำลังกายต้องไม่ลืมที่จะทำการอบอุ่นร่างกาย (warm up) และผ่อนคลาย (cool down) ก่อนและหลังการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการเกิดการบาดเจ็บเสมอ อีกอย่างที่สำคัญคือควรลดเวลาของกิจกรรมแบบเนือยนิ่ง เช่น การนั่งเล่นมือถือ นอนดูโทรทัศน์ นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหรือนั่งประชุมโดยที่ไม่มีการขยับตัวเป็นเวลายาวนาน ให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถปรับได้

• ในส่วนของ อ.อารมณ์ เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่กลับเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการจะทำให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นไปอย่างยั่งยืน หลายคนมีความรู้ว่าอาหารใดบางเหมาะกันตนเองหรือตนเองต้องหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับประทานอะไรและก็ทราบเป็นอย่างดีว่าการออกกำลังกายจะก่อประโยชน์แก่ตนเองแต่ก็ย้งไม่สามารถปฏิบัติในส่งที่ดีที่ควรจะเป็นได้ สิ่งเหล่านี้เกิดเนื่องจากคนเหล่านี้ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองให้มีความมุ่งมั่นเพียงพอ การตั้งเป้าหมายที่ดีและเป็นจริงได้ ร่วมกับการมองหาแรงจูงใจที่เหมาะสมและชัดเจนจะทำให้สามารถควบคุมอารมณ์ในเชิงลบ เช่น ความรู้สึกท้อแท้ เหน็ดเหนื่อย หรือขี้เกียจได้

• ในส่วนของ 2 สิ่งที่ต้องงด คือสุราและสูบบุหรี่นั้น เป็นที่ชัดเจนว่าทั้งสองอย่างนี้มีผลต่อการเกิดโรคในกลุ่ม NCDs โดยพบว่าสุราเองมีความสัมผัสกับการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ทั้งโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ10 และควันบุหรี่เองก็มีสารเคมีอย่างต่ำ 7,000 ชนิด เป็นสารพิษอยู่ไม่ต่ำกว่า 250 ชนิดและสารก่อมะเร็งอีกราว 70 ชนิด11 ด้วยเหตุเหล่านี้ทุกคนจึงควรงดเว้นจากสองสิ่งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเอง

จะเห็นว่าการทีจะป้องกันตัวเองจากโรคกลุ่ม NCDs ไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากปัจจัยการเกิดโรคเกิดจากพฤติกรรมของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุม เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ ขึ้นกับความตั้งใจ ความตระหนัก และการเข้าใจในความเสี่ยงที่ตนเอง สุดท้ายหมออยากให้ทุกคนจำไว้เสมอว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องสร้างเอง” และ “ในการป้องกันโรค NCDs มีแต่ต้องปรับพฤติกรรมของตนเอง” จึงจะสามารถสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นเกราะป้องกันโรค NCDs ต่อไป

ผศ.นพ.ชัยวัฒน์ วชิรศักดิ์ศิริ
อาจารย์แพทย์ สาขาการบริบาลผู้ป่วยนอก ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
คณะกรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ

เอกสารอ้างอิง

  1. collaborators NCDC. NCD Countdown 2030: worldwide trends in non-communicable disease mortality and progress towards Sustainable Development Goal target 3.4. Lancet. 2018;392(10152):1072-1088.
  2. Leigh-Hunt N, Bagguley D, Bash K, et al. An overview of systematic reviews on the public health consequences of social isolation and loneliness. Public Health. 2017;152:157-171.
  3. Ezzati M, Pearson-Stuttard J, Bennett JE, Mathers CD. Acting on non-communicable diseases in low- and middle-income tropical countries. Nature. 2018;559(7715):507-516.
  4. Grace MKaJ. Non-Communicable Diseases (NCDs) and the Prevention, Data Availability and Systems Approach of NCDs in Low-resource Countries. In: Awofeso EEAaN, ed. Public Health in Developing Countries.2020.
  5. Anderson GF, Chu E. Expanding priorities--confronting chronic disease in countries with low income. N Engl J Med. 2007;356(3):209-211.
  6. Collaborators GBDRF. Global, regional, and national comparative risk assessment of 79 behavioural, environmental and occupational, and metabolic risks or clusters of risks, 1990-2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015. Lancet. 2016;388(10053):1659-1724.
  7. Benziger CP, Roth GA, Moran AE. The Global Burden of Disease Study and the Preventable Burden of NCD. Glob Heart. 2016;11(4):393-397.
  8. Roth GA, Mensah GA, Johnson CO, et al. Global Burden of Cardiovascular Diseases and Risk Factors, 1990-2019: Update From the GBD 2019 Study. J Am Coll Cardiol. 2020;76(25):2982-3021.
  9. Rezende LFM, Murata E, Giannichi B, et al. Cancer cases and deaths attributable to lifestyle risk factors in Chile. BMC Cancer. 2020;20(1):693.
  10. Rehm J, Baliunas D, Borges GL, et al. The relation between different dimensions of alcohol consumption and burden of disease: an overview. Addiction. 2010;105(5):817-843.
  11. Institute NC. Harms of Cigarette Smoking and Health Benefits of Quitting. https://www.cancer.gov/about-cancer/causes-prevention/risk/tobacco/cessation-fact-sheet#:~:text=Of%20the%20more%20than%207%2C000,1%2C%202%2C%205). Published 2017. Accessed 2nd May, 2022.

แชร์ :

บทความที่แนะนำ
อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ชั้น 7 เลขที่ 2
ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ห้วยขวาง บางกะปิ กรุงเทพฯ 10130
แผนที่Tel: 02-716-6744 ต่อ 25
©2021 RAIPOONG.COM | ALL RIGHT RESERVED.
linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram