กิจกรรม/โครงการ
ข่าวประชาสัมพันธ์
เครื่องมือส่งเสริมสุขภาพ

ผลไม้ที่ควรมีติดไว้ในตู้เย็น

11 พ.ค. 65 14

ผลไม้ที่ควรมีติดไว้ในตู้เย็น
    
จากสถานการณ์การระบาดชองเชื้อโคโรน่าไวรัส หรือทาง WHO ได้กำหนดชื่อโรคว่า COVID-19 ที่กำลังระบาดหนักในปัจจุบันทั่วโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เป็นเหตุให้หลายองค์กร บริษัท ในประเทศไทยมีนโยบายให้ “ทำงานที่บ้านได้ หรือ Work from Home” เพื่อไม่ให้พนักงานมีการเดินทางและพบปะผู้คนจำนวนมาก ช่วยลดความเสี่ยงการสัมผัสกับเชื้อโคโรน่าไวรัส  ฉะนั้นหลายๆ ท่านเลือกที่จะทำงานที่บ้านและพยายามเลี่ยงการเดินทางไปยังชุมชน หรือสถานที่ ที่มีคนพลุกพล่าน จึงทำให้มีการตุนทั้งอาหารสด อาหารแห้งและเครื่องดื่ม ไว้รับประทานที่บ้าน

สิ่งสำคัญที่จะต้องวางแผนก่อนที่จะเลือกซื้ออาหาร คือ ให้คำนึงถึงว่าเป็นอาหารที่มีคุณภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และมีความเค็มสูง 

ในส่วนของผลไม้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น กรดแอสคอบิค (Ascobic Acid) หรือที่เรานิยมเรียกกันว่าวิตามินซี เป็นวิตามินที่ร่างกายเราไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง แต่มีความสำคัญอย่างมากกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันโรคหวัด ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่

1.ส้ม มีวิตามินซี 53.2 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
ส้มเป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมกิน ด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด และมีให้เลือกกินหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน 

2.มะขามป้อม วิตามินซี 276 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
มะขามป้อมเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก และถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคหลายชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค แก้ไอ ภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นต้น โดยพบว่าในผลของมะขามป้อมมีสารป้องการเกิดออกซิไดซ์ของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีไม่เสื่อมสภาพแม้จะถูกความร้อน  

3.สตรอเบอร์รี่ วิตามินซี 58.8 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
สตรอเบอร์รี่ถือว่าเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโภชนาการที่หลากหลายทั้ง วิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง ช่วยในการบำรุงดวงตาและลดการเสื่อมสภาพของดวงตา และพบว่าในสตรอเบอร์รี่สดจะให้วิตามินในปริมาณมาก

4.ฝรั่ง วิตามินซี 160 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
แม้ฝรั่งจะเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสเปรี้ยว แต่ก็อุดมไปด้วยวิตามินซีในปริมาณมากโดยพบได้บริเวณเปลือกของฝรั่ง แต่เมื่อฝรั่งสุกแล้วจะมีปริมาณวิตามินซีที่น้อยลง หรือฝรั่งที่ตัดออกจากต้นแล้วทิ้งไว้เป็นเวลานานก็จะทำให้วิตามินซีเสื่อมสภาพลงได้ 

5.ลิ้นจี่ วิตามินซี 71.5 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
ลิ้นจี่เพียงวันละ 3 ผลก็ได้รับปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายต้องการได้ ด้วยรสชาติที่หวานหอมและอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินบี 1 ที่ช่วยป้องกันอาการเหน็บชา นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงหลอดเลือดและกระดูกและฟัน

การล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนกิน วิธีที่ง่ายที่สุด คือ ปล่อยผ่านน้ำหรืออาจใช้น้ำผสมน้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดา จะช่วยลดสารพิษที่ตกค้างได้มาก

แต่อย่างไรก็ตามในผลไม้บางชนิดเองก็มีปริมาณน้ำตาลสูงอีกเช่นกัน จากข้อแนะนำการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย แนะนำให้กินผลไม้วันละ 3-4 ส่วน โดย 1 ส่วนของผลไม้สามารถนำมาเปรียบเทียบได้กับ 1 กำปั้นหรือ 1 ฝ่ามือของเรา ตัวอย่างเช่น ส้ม 1 ผล หรือ ฝรั่งลูกเล็กขนาดเท่า 1 กำปั้น  เปรียบเท่ากับ 1 ส่วนผลไม้ และ มะขามป้อม สตรอเบอร์รี่ หรือ ลิ้นจี้ ปริมาณ 1 ฝ่ามือ (ประมาณ 6-8 ผล) ก็เปรียบเท่ากับ 1 ส่วนผลไม้ เช่นกัน

แหล่งอ้างอิง
1. https://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/benefits-of-fruits-and-vegetables/
2. คู่มือธงโภชนาการ กินพอดี สุขีทั่วไทย จัดทำโดย คณะทำงานจัดทำข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย จัดพิมพ์โดย สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2552

รภิชญ์ สำราญ
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ

 


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #ไทยฟิตติดบ้าน ต้านโควิด
เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

แชร์ :

บทความที่แนะนำ
อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ชั้น 7 เลขที่ 2
ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ห้วยขวาง บางกะปิ กรุงเทพฯ 10130
แผนที่Tel: 02-716-6744 ต่อ 25
©2021 RAIPOONG.COM | ALL RIGHT RESERVED.
linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram